วิธีการผลิต

กระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว

       เนื่องจากน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีคุณค่าอย่างมากจึงได้รับความนิยมอย่างสูง กระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวจึงมีความสำคัญต่อคุณภาพของน้ำมันเป็นอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่การเลือกโรงสีที่มีสถานที่เก็บรำข้าวที่สะอาดไม่มีความชื้นที่จะเป็นแหล่งของเชื้อราในพื้นที่เก็บรำ การเลือกรำที่มีคุณภาพดี ไม่มีสิ่งปลอมปนจากโรงเก็บรำของโรงสี การขนส่งรำจากโรงสีข้าวถึงโรงงานบีบน้ำมันจะต้องไม่ไกลเกินไปจนทำให้เสียเวลาในการขนส่งมาก และโรงงานบีบน้ำมันจะต้องบีบน้ำมันแบบสดๆใหม่ๆ ไม่เก็บรำไว้ค้างคืน ทั้งหมดมีความสำคัญต่อการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เพราะคุณภาพของน้ำมันที่ดีจะต้องได้มาจากวัตถุดิบที่ดี การเตรียมวัตถุดิบที่ดีจึงถือว่ามีความสำคัญมาก 

1. วัตถุดิบในการผลิต น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
สายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมมาก คือ ข้าวหอมมะลิ  นอกจากนั้น อายุของข้าวเปลือกที่จะนำมาสีก็มีความสำคัญมาก เพราะข้าวที่เก่า หรือเก็บไว้นานข้ามปีจะทำให้รำไม่มีคุณภาพ เนื่องจากข้าวเก่ามาก จมูกข้าวจะฝ่อ ไม่มีคุณค่าทางอาหาร จึงไม่เหมาะที่จะนำรำข้าวเก่ามาบีบน้ำมัน โรงสีข้าวก็มีความสำคัญ เพราะโรงสีข้าวที่ดีจะต้องมีที่เก็บรำที่ไม่มีความชื้น เพราะรำข้าวจะดูดความชื้นได้ดี ทำให้รำเกิดเชื้อราก็เป็นรำที่ไม่เหมาะที่จะนำมาบีบน้ำมัน เพราะจะทำให้น้ำมันรำข้าวมีสีเข้มและมีกลิ่นหืน อายุของน้ำมันรำข้าวถือเป็นสิ่งสำคัญอีกขั้นหนึ่ง เพราะรำข้าวที่เกิน 24 ชั่วโมง ไม่เหมาะที่จะนำมาบีบน้ำมันรำข้าว เพราะคุณภาพของรำจะลดลง ไม่เหมาะที่จะนำมาเข้าเครื่องบีบแบบบีบเย็น การขนส่งรำข้าวจากโรงสี ถึงโรงงานบีบน้ำมันรำข้าว ถ้าไกลเกินไปก็ทำให้รำข้าวไม่ใหม่ เพราะเวลาขนส่งที่นานมากจะทำให้คุณภาพของรำเปลี่ยนไป การบีบน้ำมันรำข้าวในโรงงานบีบเย็นจะต้องบีบรำให้หมดภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงตั้งแต่ได้รับรำข้าว ถ้าเก็บรำไว้นานกว่านั้นก็ไม่เหมาะที่จะนำมาบีบน้ำมัน หรือถ้าได้นำมาบีบก็จะได้น้ำมันที่ไม่มีคุณภาพดี โรงงานบีบน้ำมันรำข้าวแบบบีบเย็นจะต้องได้มาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม
2. เอนไซม์ไลเปส (Lipase) ในรำข้าว
เอนไซม์ไลเปส คือ เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยไขมัน เอ็นไซม์ไลเปส มีอยู่ในกากน้ำมันรำข้าว และเป็นเอนไซม์ไลเปสนี่เองที่เป็นตัวทำให้น้ำมันรำข้าวมีกลิ่นหืน กากรำในน้ำมันที่เกิดจากการกรองไม่หมดยังมีเศษรำข้าวติดอยู่ในน้ำมันจะทำให้ น้ำมันมีกลิ่นหืน ดังนั้น น้ำมันจะต้องผ่านการกรองที่สะอาด ไม่มีกากรำตกค้างอยู่ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว การกรองที่มีประสิทธิ์ภาพ นอกจากจะได้น้ำมันที่ใส สะอาด ยังทำให้น้ำมันที่ไม่มีกลิ่นหืน
3. วิธีการการสกัดน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
 การผลิตน้ำมันรำข้าว ทำได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้
       3.1 วิธีการกลั่นด้วยระบบไอน้ำแรงดันสูง  High Pressure Stream Refining System at
                230 ~ 240 degree.
            การกลั่นน้ำมันรำข้าว ถือเป็นกระบวนการที่นิยมในการผลิตน้ำมันรำข้าวแบบอุตสาหกรรม เพราะจะทำให้ได้น้ำมันจำนวนมาก บีบได้เร็ว แต่ต้องใช้ความร้อนในการสกัดน้ำมันสูงถึง 230 - 240 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนระดับนี้จะทำให้คุณสมบัติ และคุณภาพของสารสำคัญบางอย่างในน้ำมันรำข้าวถูกทำลายไป เพราะความร้อน ดังนั้น จึงไม่เหมาะที่จะนำมาผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
            ข้อดี-ข้อเสีย ของการกลั่นด้วยระบบไอน้ำแรงสูง
            ข้อดี: ผลิตได้จำนวนมาก ผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ ไม่ต้องใช้รำใหม่ในการผลิตรำที่มีสิ่งปลอมปนก็
                    สามารถนำมาผลิตได้ เหมาะแก่การผลิตน้ำมันเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร หรือน้ำมันใช้ในการ
                    ปรุงอาหาร
            ข้อเสีย: การผ่านกระบวนการทางเคมี และความร้อนสูง ทำให้สูญเสียธาตุอาหารสำคัญบางอย่างไปกับ
                       ความร้อน   ทำให้คุณภาพและคุณค่าทางอาหารของน้ำมันน้อยมาก ไม่เหมาะที่จะนำมาเป็น
                       ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
        3.2 วิธีการสกัดแบบบีบเย็น Screw Press Cold Process at 40 ~ 70 degree.
             การบีบเย็นจะมีความร้อนระหว่างการบีบอัดด้วยแรงดันมากไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส วิธีนี้จะช่วยรักษาคุณภาพของสารอาหาร และสารสำคัญในรำข้าวและจมูกข้าว อยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และจะได้น้ำมันที่มีคุณภาพดีที่สุด จึงเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเนื่องจากการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวด้วยวิธีการบีบเย็นจะทำได้ช้า และจะได้น้ำมันปริมาณน้อยต่อปริมาณรำข้าว จึงไม่นิยมที่จะผลิตในระดับอุตสาหกรรมอาหาร
            ข้อดี-ข้อเสีย ของการสกัดแบบบีบเย็น
            ข้อดี: ไม่มีการเติมสารเคมี ไม่มีความร้อน จึงทำให้ได้น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่มีคุณภาพสูงมาก
                    คุณค่าของอาหารในรำข้าวและจมูกข้าวยังมีอยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เหมาะแก่การเป็นผลิต
                    ภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณภาพสูง
            ข้อเสีย: ผลิตได้ครั้งละน้อย  ต้องใช้รำใหม่ในกระบวนการผลิตต้องใช้รำในปริมาณมาก และเสียเวลา
                       ในการบีบมาก ไม่เหมาะที่จะใช้ในระดับอุตสาหกรรมอาหาร
4. การกรองน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
น้ำมันรำข้าวที่ผ่านการบีบแล้วจะต้องผ่านกระบวนการกรองเอากากของรำข้าวออกจากน้ำมัน เพื่อให้ได้น้ำมันที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน โดยไม่เกิดกลิ่นหืน และยังคงคุณภาพของน้ำมันรำข้าวที่สมบูรณ์ วิธีการกรอง สามารถทำให้ได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้ 
         4.1 การกรองแบบแรงด้น Filter Press
              การกรองด้วยวิธีบีบอัด เพื่อแยกน้ำมันออกจากกกากรำข้าว สามารถกรองได้อย่างรวดเร็ว แต่การบีบอัดจะทำให้ได้น้ำมันที่มีกากของรำข้าวติดออกมาด้วย ทำให้นำมันไม่บริสุทธิ์จะทำให้น้ำมันมีกลิ่นหืน จากกากที่ตกค้างอยู่ในน้ำมัน
         4.2 การกรองด้วยกระดาษกรอง Filter Paper
              การกรองด้วยกระดาษกรองคือการปล่อยให้น้ำมันไหลตามแรงโน้มถ่วงผ่านกระดาษกรอง แม้ว่าจะกรองได้ช้า แต่เป็นวิธีที่ทำให้ได้น้ำมันที่ใส  สะอาด  บริสุทธิ์ ไม่มีกากติดมากับน้ำมัน ได้น้ำมันที่มีคุณภาพสูงที่สุด
ประเภทและคุณภาพของกระดาษกรอง ที่นำมาใช้ในการกรอง มีหลายระดับความถี่ที่มีหน่วยเป็น "ไมครอน"
ตามประเภทของการใช้ เช่น
                - ความถี่ 17 ไมครอน: ใช้กรองกำจัดความขุ่นมาก มีความหนืดสูง สำหรับน้ำมันพืช สีทาบ้าน
                - ความถี่ 10 ไมครอน: ใช้กรองที่ความใสระดับหนึ่ง ความหนืดปานกลาง สำหรับกรอง ไวน์
                                             สุรา น้ำเชื่อม น้ำมัน ยา สารเคมี
                - ความถี่ 1.2 ไมครอน: ใช้กรองความใส และการกำจัดยิสต์ สำหรับไวน์ สุราผลไม้ สุรากลั่น
                                             น้ำผลไม้ เครื่องสำอาง ยา
                - ความถี่ 0.3 ไมครอน: ใช้กรองกำจัดเชื้อ (Sterilizing) สำหรับไวน์ชนิดไม่หวาน แชมเปญ
                                             เครื่องสำอาง ยาที่ต้องการความบริสุทธิ์สูง
                - ความถี่ 0.2 ไมครอน: ใช้กรองสิ่งที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงสุด กำจัดแบคทีเรีย สำหรับยา
                                             ไวน์หวาน แชมเปญ
          4.3 การกรองด้วยแรงดู Vaccum Filter
               เป็นการกรองด้วยกระดาษกรอง และแรงดูดเพื่อทำให้เร็วขึ้น โดยใช้แรงดูดของอากาศช่วยทำให้การกรองได้รวดเร็วขึ้น โดยยังได้น้ำมันที่สะอาดเท่ากับการกรองด้วยกระดาษกรอง
          4.4 การกรองแบบแรงเหวี่ยง Centrifugal Filter
               การกรองแบบการหมุนเหวี่ยง  เพื่อแยกน้ำออกจากกาก เป็นวิธีการอีกแบบหนึ่งที่ใช้ในการกรองเพื่อความ รวดเร็ว แต่ไม่ค่อยนิยมในระดับอุตสาหกรรม เพราะไม่สามารถแยกน้ำมันออกจากกากได้หมด
5. สรุปการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
           5.1 กระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ดีที่สุด คือ วิธีการสกัดแบบบีบเย็น Cold Screw Press วัตถุดิบที่ใช้ คือ รำข้าวต้องใหม่เสมอ การบีบทำได้ช้า ผลิตได้ครั้งละไม่มาก แต่ได้น้ำมันที่มีคุณค่าของรำและจมูกข้าวที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด
           5.2 กระบวนการกรองที่ดีที่สุด คือ การกรองด้วยกระดาษกรองให้ไหลตามแรงโน้มถ่วง กรองได้ช้าแต่จะทำให้ได้นำมันรำข้าวที่สะอาด ไม่มีกากรำเจือปน เก็บไว้นานไม่ตกตะกอน เพราะในกากน้ำมันรำข้าวมีเอนไซม์ไลเปสที่ทำให้ย่อยน้ำมัน ไม่ก่อให้เกิดการหืน 
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว R&G ผลิตด้วยวิธีบีบเย็น และใช้กรองด้วยกระดาษกรอง จึงทำให้ได้น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ใส สะอาด ไม่มีตะกอนตกค้างในน้ำมัน ทำให้น้ำมันไม่มีกลิ่นหืน